ผู้จัดทำ
     กิจกรรม
     บทความทั่วไป
     ทำเนียบสมาชิก
     link ที่น่าสนใจ
     สมาคมจิตแพทย์
 
 

 
เมื่อวัยเปลี่ยน sex เปลี่ยน น่าเรียนรู้ (ตีพิมพ์ในวารสาร HealthToday ฉบับเดือน ตุลาคม 2548)  (2005-10-07)

ผู้เขียน : นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล

          

                      เดือนตุลาคมที่ย่างกรายเข้ามาอีกครั้งพร้อมสายฝนที่กระหน่ำลงมา บางที่ก็ไม่ลืมหูลืมตาเอาเสียเลย เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงฤดูที่กำลังเริ่มจะเปลี่ยนแปลง และอีกไม่นานก็จะย่างเข้าฤดูแห่งการท่องเที่ยวอีกครั้ง วัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลงของฤดูต่างๆนั้นเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นหมุนเวียนไปมาไม่รู้จบสิ้น เฉกเช่นวัฏจักรของชีวิตของคนเราที่หมุนเวียนไปในแต่ละเดือน แต่ละปี แต่มีวันจบสิ้น หรือสิ้นสุดได้เมื่อเราสิ้นอายุขัย การทำตัวให้มีความสุขในด้านต่างๆนั้นอาจเกี่ยวข้องกับวัน เวลา สถานที่ และปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่หมุนเวียนเข้ามาในชีวิตเรา แต่ไม่ว่าสิ่งใดจะเข้ามาหรือออกไปจากชีวิต ความรู้สึกนึกคิดต่อสิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นตัวกำหนดความสุข ความทุกข์ของคนเรานั่นเอง  เรื่องของ sex ในวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงย่อมมีความแตกต่างเช่นเดียวกัน เพราะด้วยเหตุผลด้านร่างกายหรือความนึกคิดที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือแย่ลงก็คงต้องติดตามกันต่อไป 

                                  เมื่อไม่นานมานี่อีกเช่นกัน  ผมได้อ่านบทความหนึ่งที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง sex ในผู้สูงอายุ(ที่ยังหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์) ว่าการได้มี sex กับเด็กสาวที่อายุน้อยๆจะทำให้มีชีวิตที่ยืนยาว สุขภาพแข็งแรง  และก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ผู้ที่อยู่ในวัยที่ค่อนข้างสูงอายุก็บางคนคงจะเห็นด้วย  เพราะการได้มี  sex กับเด็กๆวัยรุ่นนั้นเปรียบเสมือนการรับประทานผลไม้ที่ยังสดๆอยู่ ย่อมนำมาซึ่งความสุขสดชื่นเป็นธรรมดา (ตามความเข้าใจของเขาเหล่านั้น)   แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบก็ดูเหมือนว่าจะเป็นกระแสที่รุนแรงกว่าแง่บวก เนื่องจากค่านิยมของสังคม และความเหมาะสมทางด้านร่างกายและจิตใจนั้น ไม่เหมาะสมโดยสิ้นเชิง(แต่ก็เห็นว่ายังมีข่าวคราว และข่าวคาวๆเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ) จากการที่มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง น่าจะเป็นสิ่งที่เราควรหันกลับมาให้ความสนใจและใส่ใจ ไม่เฉพาะในวัยผู้สูงอายุเท่านั้น หากแต่เราควรมีการใส่ใจเรื่องพฤติกรรมทางเพศในทุกๆวัยเพื่อหาทางป้องกันและแก้ปัญหาความไม่เหมาะสมของวัยและ sex ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป 

 

พัฒนาการทางเพศในแต่ละวัย 

 

                   พัฒนาการทางด้านร่างกายของมนุษย์นั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงควบคู่กับพัฒนาการทางด้านจิตใจ และสิ่งที่มีการพัฒนาตามกันไปก็คงไม่พ้นเรื่องเพศเช่นเดียวกัน หลายคนเข้าใจว่าเรื่องทางเพศจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนวัยรุ่นเสียอีก เพียงแต่มิได้ออกมาในเรื่องของกิจกรรมทางเพศ แต่ออกมาในเรื่องของการรับรู้บทบาทของตนเองว่าเป็นเพศใดด้วย เป็นต้น  

 

                                วัยเด็กตอนต้นหรือวัยก่อนเข้าโรงเรียน   ซึ่งความจริงในวัยเด็กนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่วิกฤติได้เพราะถ้าใครเคยได้ยินเรื่องราวของปมอีดีปุส(Oedepus Complex) ซึ่งฟรอยด์ได้กล่าวอ้างถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเด็กที่มีต่อพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตน และอาจเกิดการแข่งขัน ริษยาพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนที่ให้ความรักกับพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศตรงข้ามกับตน  ถ้าเด็กไม่สามารถผ่านช่วงของการพัฒนาการทางจิตใจในวัยนี้ไปได้ก็ปัญหาขึ้น  อาจนำมาเรื่องของพัฒนาการทางเพศและจิตใจที่ผิดปกติได้  นอกจากนี้เด็กชายยังมีความหวาดกลัวในเรื่องการสูญเสียอวัยวะเพศของตน (Castration fear) ส่วนเด็กหญิงก็มีความกังวลและอิจฉาที่ตนเองไม่มีอวัยวะเพศเหมือนเพศชาย (Penis Envy) ซึ่งในวัยนี้เด็กอาจจะมีการจับต้องหรือเล่นอวัยวะเพศของตนเองบ่อยๆอยู่ระยะหนึ่ง แต่ไม่ถือเป็นความผิดปกติ เพียงแต่พ่อแม่ต้องคอยชักจูงให้เด็กไปสนใจในด้านอื่นแทน ไม่ควรดุหรือทำโทษเนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาตามมาเมื่อเป็นวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ได้  

 

                                วัยเด็กตอนปลายหรือวัยเรียน เด็กจะเริ่มมองเห็นและรู้จักตนเองมากขึ้น มีการเลียนแบบพฤติกรรมทางเพศอย่างกว้างขวาง โดยการเรียนรู้จากบุคคลที่เด็กได้พบเห็นและจากการที่ได้เห็นได้ฟังจากสื่อต่างๆ และที่สำคัญคือกลุ่มเพื่อนซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพด้วย ถ้าเกิดปัญหาในการพัฒนาการวัยนี้ อาจทำให้เด็กประพฤติตัวไม่เหมาะสมตามบทบาททางเพศของตนเองแต่พฤติกรรมทางเพศก็มิได้แสดงออกมาอย่างโดดเด่นมากนัก โดยรวมวัยนี้ยังไม่ค่อยมีปัญหาทางด้านเพศมากนัก อาจจะเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของเพศยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเด็กยังให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเรียน เรื่องเล่นเป็นส่วนใหญ่  

 

                                วัยรุ่น ซึ่งแบ่งเป็นวัยรุ่นตอนต้น ตอนกลางและตอนปลาย วัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย รวมถึงเรื่องทางเพศด้วย และสิ่งที่ตามมาอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องอารมณ์ ความคิดต่างๆที่ค่อนข้างอ่อนไหว และมีความแปรปรวนง่าย เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยที่ต้องการการยอมรับต่างๆมากมายจากสังคมหรือจากเพื่อนฝูงเป็นหลัก เราจึงมักจะพบเห็นบ่อยๆว่าการแสดงออกเพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจนั้นจะออกมาในเรื่องพฤติกรรมทางร่างกาย นิสัยใจคอ และที่น่าเป็นห่วงคือการใช้ sex เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องการยอมรับด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ตามมาจากการรู้หรือไม่รู้(เท่าถึงการณ์)ก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งปัญหามากมาย และที่มีการกล่าวขวัญถึงมากก็คงไม่พ้นเรื่อง sex ของวัยรุ่นที่นับวันจะเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  

 

                                มาถึงวัยผู้ใหญ่หรือวัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น เป็นวัยแห่งการเลือกคู่ครอง(และคู่ควง) ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนคู่อยู่บ่อยๆเมื่อยังไม่ถูกใจ มีความกังวลเรื่องรูปร่างหน้าตา การแข่งขันกันในระหว่างเพศเดียวกัน ความจริงแล้ววัยนี้เป็นวัยที่ค่อนข้างสำคัญมากในเรื่อง sex  เพราะเป็นวัยที่อาจจะเกี่ยวข้องกับชีวิตสมรสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  การมี sex ที่สำส่อนไปเรื่อยๆ นอกจากทำให้ไม่สามารถที่จะมีคู่ครองที่เหมาะสมแล้วยังทำให้มีส่วนในการเป็นพื้นฐานของความล้มเหลวในชีวิตคู่ ซึ่งเราจะพบเห็นหลายๆคนที่ยังไม่สามารถลงเอยหรือมีชีวิตคู่ที่เหมาะสมได้ก็อาจจะเนื่องจากพัฒนาการทางเพศที่ไม่เหมาะสมหรือมีปัญหาในวัยนี้ได้  

 

                                วัยผู้ใหญ่ตอนกลางหรือวัยกลางคน หมายถึงช่วงอายุ40 –60 ปี หรือ 65 ปี ซึ่งนับเป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยผู้ใหญ่ที่สำคัญ หลังจากที่ผ่านช่วงวัยของการหาคู่ครองมาแล้ว เป็นวัยที่เตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยชรา และสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนคือรูปร่างหน้าตาและอวัยวะภายในที่สมรรถภาพหย่อนลงไป รวมถึงสมรรถภาพทางเพศที่ลดหย่อนลงตามไปด้วย (ไม่นับรวมถึงกลุ่มที่ยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และพยายามทำให้ตนเองยังเยาว์วัยอยู่เสมอ) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และสุขภาพจิตได้ โดยเฉพาะคำที่เราได้ยินกันบ่อยๆคือคำว่า วัยทอง ซึ่งเป็นได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง วัยชราหลังอายุ 60 ปีขึ้นไปคงเป็นวัยที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่อง sex ค่อนข้างน้อยลงแล้ว (แต่ก็มีที่น่าแปลกใจว่ามีข่าวคราวแบคาวๆเกิดขึ้นอยู่บ่อย) ซึ่งในวัยนี้ถ้ายังมีปัญหาเรื่อง sex ที่ไม่เหมาะสมอยู่ควรให้นึกถึงไว้ก่อนว่าในช่วงวัยก่อนหน้านี้ หรือพัฒนาการทางเพศของบุคคลนั้นมีความบกพร่องมานาน แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือการที่เพิ่งมาเปลี่ยนแปลงในวัยชรา หรือที่เรียกว่า ตัณหากลับนั้นให้สงสัยอีกเรื่องหนึ่งคืออาการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อม(Dementia)และมีการคิดการตัดสินใจในการควบคุมพฤติกรรมทางเพศผิดปกติ เช่น  มีความต้องการทางเพศมากเกินไป(hypersexaulity)และเกินวัยที่เราเรียกว่ากลุ่มอาการแมเนีย (manic syndrome)และอาจจะตามมาด้วยคดีอาชญากรรม(ที่มักไม่ค่อยรุนแรง) เช่น อนาจาร  เป็นต้น  

 

ปัญหาของ sex แต่ละวัย  

 

                   จากการพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจรวมถึงเรื่อง sex ดังที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าเกิดปัญหาต่างๆในแต่ละวัยย่อมส่งผลให้พัฒนาการมีปัญหาเกิดขึ้นดังนี้ 

 

                                วัยเด็กตอนต้นหรือวัยก่อนเข้าโรงเรียน  ประเด็นของปมอิดีปุสที่เราควรให้ความสนใจ ในช่วงวัยก่อนหกขวบเด็กชายจะหลงรักแม่และเด็กผู้หญิงจะหลงรักพ่อ และพยายามแข่งขันกันเอาชนะพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนเอง แต่เมื่อเริ่มเรียนรู้ว่าไม่สามารถเอาชนะได้ ก็เริ่มหันมาเลียนแบบพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนเอง และเลิกการแข่งขันในที่สุด ถ้าหลังหกขวบเด็กยังไม่สามารถปรับสภาพจิตใจที่ยอมรับบิดามารดาที่เป็นเพศเดียวกับตนเองได้ สิ่งที่ตามมาคือการเกลียดชัง ไม่ยอมรับพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนและจะเป็นอยู่เรื่อยมาจนวัยผู้ใหญ่ มักพบในครอบครัวที่พ่อหรือแม่มีปัญหาความขัดแย้งกันและลูกก็เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นเพศตรงข้ามกับตน สิ่งนี้ส่งผลพัฒนาการเรื่อง sex ได้ด้วย เช่น ลูกชายที่เกลียดพ่อ และสงสารแม่มากๆก็อาจจะสนิทสนมและเลียนแบบพฤติกรรมความเป็นหญิงจากแม่มากจนดูเหมือนเป็นเกย์ หรือบางคนก็อาจลงเอยด้วยการมี sex กันในหมู่เครือญาติ (incest) เช่นลูกชายกับแม่ หรือลูกสาวกับพ่อเนื่องจากไม่สามารถแยกบทบาทที่แท้จริงของแต่ละคนได้ เป็นต้น  

 

                                วัยเด็กตอนปลายหรือวัยเรียน ซึ่งเป็นวัยที่เข้าใจเหตุผลพอสมควร มีการเลียนแบบสิ่งรอบตัว รวมถึงเพื่อนที่เป็นจุดสำคัญที่เด็กก็จะค่อนข้างเลียนแบบหรือแบ่งพรรคแบ่งพวกตามเพศของตนเอง แต่ถ้าในกลุ่มนี้มีกลุ่มเพื่อนที่วางตัวไม่เหมาะสมต่อบทบาทของเพศตนเอง ปัญหาที่พ่อแม่ควรกังวลและใส่ใจไม่เฉพาะเรื่องการเป็นลักเพศ(Gender identity disorder)เท่านั้น แต่หมายความรวมถึงการให้เกียรติกันในเรื่องเพศตรงกันข้ามหรือเพศเดียวกันด้วย  ถ้าวัยนี้เกิดปัญหาเกิดขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อพัฒนาการในระยะต่อๆไปด้วยเช่นกัน  

 

                   วัยรุ่นที่ปัจจุบันถูกกล่าวหาว่าเป็นวัยวุ่น โดยเฉพาะเรื่อง sex ถูกตำหนิมากขึ้น แม้ความจริงการกล่าวหาวัยรุ่นในความเห็นของผมอาจจะดูว่ามากเกินไปเพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจวัยรุ่น(ทั้งๆที่ตนเองก็เคยผ่านช่วงเวลาของการเป็นวัยรุ่นเกือบทุกคน) แต่วัยรุ่นหลายคนก็ทำตัวเหลือขอจริงๆ  ซึ่งอาจจะจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านหรือพื้นฐานในวัยก่อนหน้านี้ไม่ค่อยดีมาก่อนด้วยก็ตาม  แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่แก้ไขยากคือการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้ทัศนคติเรื่องเพศเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง การเลียนแบบพฤติกรรมของชาติตะวันตกที่มากเกินไป หรือการที่วัยรุ่นเหล่านั้นมีพื้นฐานของการควบคุมตนเองที่ต่ำมากๆจากการที่พ่อแม่ไม่ได้ฝึกให้รู้จักการควบคุมตนเองอย่างจริงจัง   จึงส่งผลให้การยับยั้งชั่งใจเรื่อง sex ก็ดูจะต่ำลงไปควบคู่กับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง  นอกจากนี้ สิ่งที่ตามมาอีกก็คือพฤติกรรมการสำส่อนทางเพศ(Sexual promiscuity)หรือติดเซ็กส์ (Sexual addiction)  

 

                   วัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงานก็เป็นวัยแห่งการเลือกคัดสรรสิ่งต่างๆที่เข้ามาสู่ชีวิต เมื่อมีการทำงาน มีความคิดในการสร้างครอบครัวแล้ว แม้อารมณ์ความพลุ่งพล่านในวัยรุ่นจะผ่านไปหรือเพลาๆแล้ว แต่การที่มีพื้นฐานที่ไม่ดีหรือการเลือกเฟ้นหาคู่ครองที่ไม่เหมาะสม เช่นการรู้จักเลือกคบคนที่มีความเข้ากันได้ทางด้านนิสัยใจคอ แทนที่จะเลือกคนที่เข้ากันได้เฉพาะเรื่อง sex อย่างเดียว บางครั้งก็อาจจะทำให้ความลุ่มหลงบดบังเหตุผลที่ดีๆที่การเป็นวัยผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาพอสมควรพึงจะคิดได้ แต่เมื่อไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ หลายๆคนก็อยู่ในวังวนของความสับสนทาง(เรื่อง)เพศกับความสับสนของเรื่องการความรักที่ควรจะเกิดขึ้นแบบเป็นการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน     สุดท้ายเมื่อตัดสินใจไม่ได้ และหลายคนกลัวการใช้ชีวิตคู่   ก็มักลงเอยในหลายๆด้าน เช่น การอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต การเป็นเมียน้อย หรือการเป็นชู้หรือนอกใจ คู่สมรส  เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้โดยทั่วไปมักสะท้อนถึงปัญหาบุคลิกภาพที่ผิดปกติ(Personality disorder)ซึ่งถือว่าเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งด้วย 

 

                                วัยผู้ใหญ่ตอนกลางหรือวัยกลางคนคงจะเน้นถึงประเด็นความลดหย่อนของสมรรถภาพทางเพศที่ไม่สมดุลกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง   ความจริงแล้วการที่สมรรถภาพทางเพศลดลงมิได้ทำให้เกิดปัญหาในด้านความสัมพันธ์ของชีวิตคู่เสมอไป  ถ้าเดิมมีความสัมพันธ์ที่ดีและมั่นคงมาก่อน บางคนมีความเข้าใจผิดว่าการคงไว้ซึ่งสมรรถภาพทางเพศเช่นวัยหนุ่มสาวจะทำให้อายุยืนยาว  ซึ่งไม่จริงเพราะเราไม่สามารถห้ามหรือฝืนธรรมชาติได้  ซึ่งถ้าปล่อยให้เกิดปัญหามากขึ้น ก็คงต้องใช้คำว่า วิกฤติการณ์ของวัยกลางคน (Mid-life crisis)พบได้ถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ในผู้ชาย และอารมณ์ทางเพศของเพศหญิงจะมีความต้องการและสมรรถภาพลดลงกว่าผู้ชาย และอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งในคู่สมรสและเกิดการหย่าร้างได้หากไม่มีความเข้าใจกัน  

 

                   วัยชรา วัยแห่งความเสื่อมที่หลายๆคนต้องยอมรับ แต่ในขณะเดียวกันยังมีอีกหลายคนไม่ยอมรับ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์(และประสบกาม)ในอดีตของแต่ละคน การรู้จักพอ และการรู้จักคิดถึงความเหมาะสมของตนเองที่มีต่อสังคมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ จริงอยู่แม้กิจกรรมทางเพศเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เกิดความสุขกายสุขใจก็ตาม และหลายๆคนก็พยายามหาข้อมูลเพื่อมาสนับสนุนให้มี sex  ในวัยชราซึ่งความจริงแล้วปัญหาที่อาจจะตามมาก็มีได้หลายอย่าง เช่น การที่ใจสู้แต่ร่างกายไม่สู้เนื่องจากวัยที่เสื่อมหรือมีโรคต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการมี sex เช่นการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในด้านต่างๆ(Impotence) ความเสี่ยงต่อการหัวใจวาย จากการมี sex ซึ่งบางช่องทางให้ผลเสียมากกว่าผลดีเนื่องจากความเสื่อมในวัยชราร่างกายทนคงสภาพเดิมๆเหมือนวัยหนุ่มสาวอยู่ไม่ไหว

Sex ต่างวัย ใช่หรือไม่ใช่ใครตัดสิน  

 

                                เมื่อพูดถึง sex ในวัยต่างๆไปแล้วก็อดที่จะไม่พูดถึง sex ต่างวัยไม่ได้ เพราะก็มีข่าวคราวให้ได้ยินได้ฟังอยู่อีกเช่นกันเรื่องการแต่งงานหรือความรักของคนต่างวัย ซึ่งหลายคนก็มีความเห็นต่างกันออกไป จะดีหรือไม่ดีคนตัดสินก็คงจะเป็นผู้ใช้บริการนั่นเอง บางคนบอกว่าอายุปูนนี้แล้วยังไม่รู้จักพอ แต่ผมมีความเห็นว่าถ้าไม่มากไม่น้อยหรือหักโหมจนเกินความสามารถของร่างกาย และทำไปแล้วมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ไม่เห็นเป็นเรื่องต้องห้าม แต่สิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ การอยู่ร่วมกันหรือมี sex ร่วมกันนั้นก็ย่อมประกอบด้วยกิจกรรมอื่นๆร่วมด้วย เช่น ความคิดเห็น ทัศนคติในการดำรงชีวิต วิธีคิด การใช้เหตุผล การควบคุมอารมณ์  ซึ่งมีสูตรว่าการอยู่ร่วมกันอายุไม่ควรต่างกันเกินสิบปีโดยทั่วไป (ไม่นับบางรายที่เจอไม่มากนักที่อยู่กันได้แม้อายุห่างกันมาก) ซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุผลของการอยู่ร่วมกัน 

 

                แล้วจะมีปัญหาตามมาหรือไม่  

 

                                คำตอบคือไม่เสมอไปหรือไม่แน่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น  

 

1.    ปัจจัยทางด้านบุคลิกภาพหรือพัฒนาการทางด้านจิตใจ เช่นเป็นคนที่ชอบคนสูงอายุ เนื่องจากคิดว่าการอยู่กับคนสูงอายุ จะทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนการได้อยู่กับพ่อแม่ หรือบางคนขาดพ่อแม่ ขาดความรักจากเขาเหล่านั้น การอยู่กับผู้สูงอายุเหมือนการได้ชดเชยสิ่งที่ตนเองขาดไปในอดีต  ซึ่งถ้ามีการยอมรับและทำความเข้าใจกันอย่างดีก็คงไม่มีปัญหา แต่ให้พึงระวังไว้ว่า ความรักของคนเราควรจะเกิดขึ้นจากการรู้สึกให้มากกว่าการที่จะได้รับหรือทดแทนอะไรบางอย่างในชีวิตที่ขาดหายไป เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆอย่าลืมว่าคงไม่มีใครสามารถให้อะไรทดแทนจิตใจหรือความต้องการของเราได้ไปตลอดชีวิตลองคิดเผื่อว่าถ้าไม่มีเขาคนนั้นเราจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าอยู่ไม่ได้ ก็ไม่ควรมีแบบนี้ดีกว่า เพราะเขาคงจะต้องตายก่อนคุณแน่ๆ แล้วช่วงเวลาที่เหลืออยู่คุณจะทำอย่างไร (คำตอบจะเป็นอย่างไร ขอให้คิดว่าคำตอบที่อยู่อยู่ในใจนั้น อะไรคือความเหมาะสมที่สังคมให้การยอมรับได้ด้วย)  

 

2.    ด้วยวัยที่มีความแตกต่างกันอาจจะส่งผลกระทบต่อแนวความคิด ความต้องการของแต่ละช่วงอายุที่แตกต่างกัน เช่น คุณลุงหรือคุณตาที่แต่งงานกับสาวน้อย(วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น) อาจจะมองโลกที่สงบ ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ในขณะที่สาวๆเหล่านั้นยังรักความสนุกสนานของวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น แล้วคิดว่าความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้นหรือ  

 

3.    ต่อจากข้อสอง เมื่อมีความแตกต่างทางด้านกายภาพย่อมส่งผลถึงทางด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงค่อนข้างยากเลยทีเดียว  ยกตัวอย่าง ชายแก่หรือหญิงแก่ที่ชอบเด็กๆ ย่อมรู้สึกระแวงว่าคู่ของตนอาจจะนอกใจ เพราะความรู้สึกที่ว่าตนเองวัยอาจจะไม่สดใสเท่าเด็กๆหรือวัยในรุ่นเดียวกันของคู่ตนเอง แล้วปัญหาหึงหวง ชิงรักหักสวาทก็ตามมาอีกมากมาย มีเงินทองเท่าไร ก็ไม่สามารถซื้อความรัก ความหลงกลับคืนมาได้มากมายนัก และจะต้องเสียเงินเสียทองอีกมากมายสักเท่าไร และจะสักกี่คู่ที่จะอยู่ด้วยกันแบบรักจริง ห่วงใยกันจริงๆโดยที่เรื่องเงินเรื่องทองไม่ได้มีอิทธิพลต่อความรักของเขาเหล่านั้นเลย  

 

4.    การยอมรับหรือมุมมองของสังคม มักจะมองว่า คนที่สูงวัยกว่าเป็นพวกหมกมุ่น ไม่รู้จักพอ เข้าทำนอง วัวแก่กินหญ้าอ่อนในขณะที่คนที่อ่อนวัยกว่าถูกมองว่าหวังผลประโยชน์โดยเฉพาะเรื่องเงิน ซึ่งถ้าคุณไม่แคร์และบริสุทธิ์ใจจริงๆ ก็ไม่เป็นไร แต่จะสักกี่คนในสังคมที่ไม่รู้สึกแบบนั้นบ้าง  

 

                                เหล่านี้คือตัวอย่างของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ของ sex ต่างวัย แต่อย่างไรก็ตามก็มิได้คัดค้านหรือขัดแย้งกับคนหรือคู่ที่อยู่ด้วยกันด้วยความรักหรือความจริงใจให้กันจริงๆและสามารถครองคู่อยู่ด้วยกันยั่งยืนนานๆนะครับ 

                    จะเห็นได้ว่าเมื่อวัยของคุณเปลี่ยนแปลงไป บทบาททางด้านความคิดและพฤติกรรมทาง sex ของคุณก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย  ความจริงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงควบคู่กันไป เป็นเรื่องของบุคลิกภาพของแต่ละคน   ใครก็ตามที่พฤติกรรมทาง sex ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือยังคงไว้ซึ่งพฤติกรรมทางเพศที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่นอยู่ร่ำไป หรือไม่เหมาะสมกับวัยของตนเอง   ย่อมแสดงให้เห็นว่าพัฒนาการทางเพศของคุณมีปัญหาและนั่นหมายความรวมถึงพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพของคุณก็มีปัญหาด้วยเช่นกัน  มาถึงตรงนี้คุณคงได้คำตอบแล้วว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ย่อมจะมีทั้งเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไปในทางที่ร้ายก็ได้ ดังนั้นเรื่องวัยเปลี่ยน sex เปลี่ยนแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ น่าเรียนรู้เหมือนกัน มิใช่หรือครับ.

 

 

 

 

 

  © 2005 Copyright The Royal College of Psychiatrists of Thailand. All Rights Reserved.